No Result
View All Result
  • Home
  • Tech & Innovation
  • Breaking News
  • Finance
Bitesize
  • Lifestyle
  • Business & Politics
  • Wrapped
  • Guestpost
Bitesize
No Result
View All Result
Home Finance

Bitesize Finance: คำถามเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ที่คุณอาจรู้สึกอายเกินกว่าจะถาม

September 23, 2020

หากคุณต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโลกแห่งอนาคต “สินทรัพย์ดิจิทัลและสกุลเงินดิจิทัล” แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน หรือควรเริ่มยังไงดีอยู่รึเปล่า? Bitesize จะช่วยตอบคำถามฮอตฮิตที่หลาย ๆ คน อาจสงสัยแต่อายเกินกว่าจะถาม หรือยุ่งเกินไปที่จะถาม ทั้งหมด 10 คำถามด้วยกัน มาเริ่มกันเลย!

อะไรคือสินทรัพย์ดิจิทัล?

สินทรัพย์ดิจิทัล หมายถึง สิ่งใด ๆ ที่มีอยู่ในข้อมูลเลขฐานสอง ซึ่งไม่ขึ้นอยู่กับใคร สามารถระบุค่าต่าง ๆ ได้โดยไม่ซ้ำกัน และมีมูลค่าที่พร้อมใช้งาน “สินทรัพย์ดิจิทัล” ถูกนิยามครั้งแรกในช่วงกลางทศวรรษ์ที่ 90 โดยให้คำจำกัดความไว้ว่า สินทรัพย์ดิจิทัล คือ สื่อต่าง ๆ เช่น วิดีโอ รูปภาพ เสียง และเอกสารหรือเนื้อหาใด ๆ ที่ถูกจัดเก็บในรูปแบบดิจิทัล หลังจากนั้น ในช่วงปลายทศวรรษ 2000 สินทรัพย์ดิจิทัลกลายมาเป็นตัวแทนสินทรัพย์ทางการเงินรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า “คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency)” ซึ่งเกิดขึ้นจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสมัยใหม่และเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchian)

สินทรัพย์ดิจิทัล/สกุลเงินดิจิทัล มีอยู่ที่ไหนบ้าง?

จากบรรดาสินทรัพย์ดิจิทัลหรือสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมด พวกเรามั่นใจว่า “บิทคอยน์ (Bitcoin)” คือสกุลเงินดิจิทัลที่โด่งดังที่สุด บิทคอยน์ คิดค้นโดย Satoshi Nakamoto ผู้ซึ่งยังคงเป็นปริศนาเฉกเช่นเดียวกับเทคโนโลยีที่เขาคิดค้นขึ้น

โดยบิทคอยน์เป็นสกุลเงินดิจิทัลตัวแรกที่ได้รับความน่าเชื่อถือและการยอมรับอย่างล้นหลาม

นอกจากนี้แล้วบิทคอยน์ยังมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่สูงที่สุดอีกแล้ว (ประมาณ 212 พันล้านเหรียญสหรัฐ) แต่ก็ยังมีสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ อีกมากมายที่สามารถใช้ทดแทนบิทคอยน์ได้ ไม่ว่าจะเป็น Ethereum, XRP, Litecoin, Bitcoin Cash และ Ripple แต่สกุลเงินดิจิทัลเหล่านี้ เสมือนเป็นสกุลเงินบนโลก Sci-Fi มากกว่าเป็นสกุลเงินที่แลกเปลี่ยนกันบนตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกาเสียอีก อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจพบว่า ในปัจจุบันพบว่ามีสกุลเงินดิจิทัลอยู่ประมาณ 5,000 สกุล และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง

ทำไมบิทคอยน์ (หรือ Altcoins สกุลต่าง ๆ) จึงมีค่า?

ในปัจจุบัน 1 บิทคอยน์มีมูลค่าประมาณ 11,500 เหรียญสหรัฐ แต่ในช่วงแรกเริ่มนั้นบิทคอยน์แทบจะไม่มีมูลค่าอะไรเลย ทำให้นักลงทุนรุ่นแรก ๆ กลายเป็นเศรษฐีกันถ้วนหน้า เมื่อมูลค่าของบิทคอยน์นั้นแตะระดับสูงถึง 20,000 เหรียญสหรัฐในปีค.ศ. 2017 ทั้งนี้เหตุผลหลักที่ทำให้บิทคอยน์หรือสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ มีมูลค่าสูง เพราะสกุลเงินดิจิทัลเหล่านี้ ถือเป็นวิธีการโอนเงินทางอินเทอร์เน็ตที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งถูกควบคุมโดยเครือข่ายแบบกระจายอำนาจและข้อมูล อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบธุรกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างโปร่งใส

ประการแรก บิทคอยน์ มีคุณสมบัติเหมือนเงินทุกประการ ทั้งความทนทาน ความสามารถในการพกกา การใช้แทนกันได้ ความหายาก ความสามารถในการแบ่งหาร และการจดจำได้  แต่มีเพียง 21 ล้านบิทคอยน์เท่านั้น ที่มีความทนทาน ไม่สามารถทำซ้ำหรือทำลายได้ สามารถพกพาได้สะดวก และสามารถแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินอื่นได้ (สามารถหารได้ด้วยเลขทศนิยม 8 หลัก)

บิทคอยน์ได้รับการสนับสนุนทางคณิตศาสตร์และไม่มีการผูกพันทางอำนาจส่วนกลาง สิ่งที่จำเป็นต่อบิทคอยน์คือการกำหนดรูปแบบเพื่อรักษามูลค่าบิทคอยน์ ให้มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับ ซึ่งในกรณีนี้ของบิทคอยน์ สามารถวัดได้จากจำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้น จำนวนร้านค้าที่รับสกุลเงินบิทคอยน์ เริ่มถึงธุรกิจสตาร์ทอัพต่าง ๆ เกี่ยวกับบิทคอยน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกันกับสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ มูลค่าของบิทคอยน์ขึ้นอยู่กับปริมาณผู้ใช้ที่ยินดีรับสกุลเงินนี้เท่านั้น ซึ่งนั้นทำให้บิทคอยน์มีมูลค่าสูงและถือเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน

สายเกินไปหรือไม่ ที่จะก้าวเข้าสู่วงการบิทคอยน์?

 คำตอบนี้ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการลงทุน หากต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนที่รวดเร็ว แต่ได้ผลตอบแทนเพียงเล็กน้อย ก็ต้องลงทุนแบบซื้อมาขายไป ต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรซื้อและเมื่อไหร่ควรขาย ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการศึกษาตลาดค่อนข้างนาน เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มราคาที่อาจเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม การลงทุนบิทคอยน์ไม่ใช่การลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนและรวยได้อย่างรวดเร็วทันใจ แต่มันก็มีหลายกลยุทธิ์วิธีในการสร้างรายได้ด้วยบิทคอยน์ เช่น การขุดบิทคอยน์ การเก็งกำไร หรือการดำเนินธุรกิจใหม่ ๆ ที่รับสกุลเงินบิทคอยน์ ซึ่งวิธีการทั้งหมดนี้ สามารถแข่งขันกับคู่แข่งรายอื่น ๆ ในตลาดได้ แต่ไม่มีการรับประกันผลตอบแทนและกำไรที่จะได้รับ โดยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ลงทุนแต่ละคน ทั้งในด้านการประเมินค่าใช้จ่าย รวมถึงความยินดีรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

แต่หากต้องการลงทุนเพื่อผลตอบแทนในระยะยาว และต้องการสร้างรายได้จากการลงทุนนี้ คุณควรจำและพึงระลึกไว้เสมอว่า บิทคอยน์เป็นสกุลเงินที่มีความผันผวนในด้านราคามากที่สุด และเป็นราคาที่ไม่อาจคาดเดาได้เลย

และจากเหตุนี้ ก็ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในมูลค่าบิทคอยน์ของแต่ละคนต่างกัน รวมถึงความเชื่อในเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และความสามารถในการป้องกันความเสี่ยงที่ต่างกัน แต่ตามหลักโดยทั่วไปแล้วไม่มีสกุลเงินใดที่ถือได้ว่าปลอดภัย หากระบบนั้นมีปัญหาหรือล้มเหลว ทั้งนี้ทั้งนั้น บิทคอยน์ได้รับการพิสูจน์ความน่าเชื่อถือมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว นับตั้งแต่ช่วงเริ่มก่อตั้ง และบิทคอยน์มีประสิทธิภาพและศักยภาพมากพอที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าอนาคตของบิทคอยน์จะเป็นอย่างไรและเติบโตไปในทิศทางใด

ฉันจะซื้อเงินสกุลดิจิทัลในประเทศไทยได้จากที่ไหน ?

ถือเป็นเรื่องดี ๆ ที่คุณสามารถซื้อ – ขายสกุลเงินดิจิทัลในตลาดหลัก ๆ ในประเทศไทยได้แล้ว ซึ่งมีการควบคุมโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ไม่ว่าจะเป็น Zipmex, Bitkub, Satangpro และ Huobi โดยสามารถศึกษาค่าธรรมเนียมและมูลค่าราคาก่อนตัดสินใจได้ เนื่องจากอาจจะมีความแตกต่างกันไปตามสกุลเงินที่ใช้

Zipmex มีค่าธรรมเนียม 0% ซึ่งช่วยให้ผู้ค้ารายใหญ่สามารถประหยัดค่าธรรมเนียมได้มากขึ้น เมื่อเทียบกับการแลกเปลี่ยนที่มีค่าธรรมเนียมในการซื้อ – ขาย

ฉันจะถอนเงินสกุลดิจิทัลของฉันได้อย่างไร ?

วิธีการถอนเงินสกุลดิจิทัลที่ดีที่สุดคือการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลด้วยกัน (Cryptocurrency exchanges) แต่คุณไม่จำเป็นต้องขายบนแพลตฟอร์มเดียวกันกับที่คุณซื้อ ทั้งนี้ การศึกษาราคาและดูว่าแพลตฟอร์มใดมีราคาที่ดีที่สุด ก่อนทำการซื้อ – ขาย ก็ช่วยทำให้คุณได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนได้มากยิ่งขึ้น

เมื่อขายเงินสกุลดิจิทัลให้กับหน่วยงานที่ถูกต้องตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว เงินเหล่านั้นจะกลายเป็นเงินสกุลท้องถิ่นใด ๆ ตามที่คุณต้องการ ซึ่งคุณสามารถถอนเข้าบัญชีธนาคารไทยและใช้เป็นเงินสดได้ และโดยปกติเเล้วจะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีหรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการแลกเปลี่ยน ซึ่งการแลกเปลี่ยนที่ดีและได้รับการควบคุม เช่น Zipmex จะทำให้คุณมั่นใจว่าเงินของคุณนั้นจะถูกเก็บในที่ที่ปลอดภัย

คริปโตโทเคน (Crypto token) คืออะไร ?

ความหมายที่แท้จริงของคริปโตโทเคน คือ สินทรัพย์ที่สามารถทดแทนกันได้ (ใช้แทนได้ แลกเปลี่ยนได้) และสามารถซื้อขายกันได้ หรือ สิ่งที่เป็นประโยชน์ที่ถูกสร้างขึ้นจากการระดมทุนด้วยการเสนอขายโทเคน ผ่านระบบบล็อกเชน คริปโตโทเคนไม่ได้เป็นสกุลเงินที่มีค่าด้วยตัวของมันเอง แต่เป็นสัญลักษณ์ของสัญญาที่มูลค่าของมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขุดหรือการเปลี่ยนแปลงของตลาด คริปโตโทเคนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่บนบล็อกเชน ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการสร้างและดำเนินการต่าง ๆ ของแอปพลิเคชันแบบกระจายข้อมูล (Decentralized Application: DApps) – แอปพลิเคชันที่ทำงานบนระบบการประมวลผลแบบกระจายและเทคโนโลยีสัญญาอัจฉริยะ (smart contracts)

โทเคน มีหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ยูทิลิตี้โทเคน (Utility Token) เครดิตโทเคน (Credit tokens) และอิควิตี้โทเคน (Equity tokens) ซึ่งโทเคนทั้งหมดนี้ใช้แทนการซื้อสินค้าหรือบริการที่มีมูลค่าอื่น ๆ

การระดมทุนด้วยการเสนอขายโทเ​​​คนดิจิทัล (ICO) คืออะไร ?

การระดมทุนแบบดิจิทัลด้วยการเสนอขายโทเ​​​คนดิจิทัล ผ่านระบบบล็อกเชนต่อสาธารณชน มีหลักการเช่นเดียวกับการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (Initial Public Offering: IPO) ซึ่งเป็นวิธีการระดมทุนจากนักลงทุน โดยผู้เริ่มโครงการต้องการที่จะพัฒนาเหรียญสกุลใหม่ แอปพลิเคชันใหม่ หรือบริการใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีบล็อกเชนและสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency)

โทเคนอาจมีผลประโยชน์บางอย่าง ในแง่ของการเสนอบริการหรือผลิตภัณฑ์ ที่ผู้ริเริ่มโครงการนั้นสร้างขึ้น เพื่อแลกเปลี่ยนกับการลงทุน (อาจเป็นอำนาจในการดำเนินการจากหน่วยงานที่ถูกกฎหมาย หรือ รหัสลับ) จากนักลงทุน นอกจากนี้ โทเคน ยังสามารถแสดงถึงสัดส่วนของการถือหุ้นในสิ่งนั้น ๆ หรือโครงการนั้น ๆ ที่กำลังจะสร้างขึ้น ซึ่งในกรณีนี้ ผู้ถือโทเคนจะได้รับเงินปันผลหรือค่าคอมมิชชันแบบคงที่ และยังมีสิทธิ์ในการแลกเปลี่ยนความเห็นและตัดสินใจร่วมกันกับบริษัทฯ อีกด้วย

ตัวอย่าง บริษัท ICO ในประเทศไทย ได้แก่ เจมาร์ท (Jay Mart) ผู้จัดจำหน่ายมือถือที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และยังมีบริการขายสกุลเงินดิจิทัลที่เรียกว่า “JFin” ผ่านการระดมทุนแบบดิจิทัลด้วยการเสนอขายโทเ​​​คน (ICO) แต่ก็ไม่มีการพัฒนาโครงการหรือมีการดำเนินการอะไรมากนัก นับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการมา

กองทุนสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency funds) คืออะไร ?

กองทุนสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency funds) คือ เงินกองกลางจำนวนหนึ่ง จากนักลงทุนเจ้าต่าง ๆ ที่ใช้ในการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล เช่น บิทคอยน์ ซึ่งในปัจจุบัน กองทุนสกุลเงินดิจิทัลเหล่านี้เปิดตัวกันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น Fidelity’s Wise Origin Bitcoin Index Fund I, Grayscale’s Bitcoin Fund (GBTC) หรือแม้แต่บริษัทร่วมทุมชื่อดังอย่าง Andreessen Horowitz (a16z) ก็เพิ่งเปิดตัวกองทุนสกุลเงินดิจิทัลอีก 2 กองทุน เมื่อไม่นานมานี้ โดยกองทุนเหล่านี้จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากสมาชิก เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเงินดิจิทัลอย่างมืออาชีพ

DeFi และ คริปโตแลนดิ้ง (Cryptocurrency lending) คืออะไร ?

เราเชื่อว่าในช่วงนี้คุณเคยเคยได้ยินคำว่า “DeFi” กันมาบ้างแล้ว

“DeFi” เป็นคำย่อที่มาจากคำว่า Decentralized Finance หมายถึง ระบบนิเวศของแอปพลิเคชันทางการเงินที่ได้ถูกพัฒนาบนระบบบล็อกเชน อีกทั้งยังเป็นแรงขับเคลื่อนในปัจจุบันที่ก่อให้เกิดระบบการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพน (open-source system) ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ใหม่ ๆ ที่จะมาทดแทนการบริการทางการเงินในรูปแบบเดิม ๆ

การใช้งาน DeFi หลัก ๆ มี 3 ประการดังนี้

  1. การสร้างบริการทางการเงินเสมือนธนาคาร (Monetary banking services) เช่น การออกเหรียญคริปโตที่มีมูลค่าคงที่ (Stablecoins)
  2. การให้กู้ยืมโดยตรง (Peer to Peer) หรือแบบรวมกลุ่ม (Pooled)
  3. การเปิดใช้งานเครื่องมือทางการเงินขั้นสูง เช่น แพลตฟอร์มการสร้างตัวแทนในรูปแบบดิจิทัลของสิ่งนั้น ๆ ขึ้นมา (Tokenization platforms) ตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) และระบบปฏิบัติการ DEX (Desktop eXperience)

และนี้คือคำถามทั้งหมดที่พวกคุณอาจสงสัย เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคำตอบเหล่านี้จะช่วยเป็นแนวทางให้คุณได้ก้าวเข้าสู่โลกสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างภาคภูมิ การเดินทางบนโลกสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้ เป็นการเดินทางที่ดุเดือด แต่สนุกสนานอย่างแน่นอน ดังนั้นคุณต้องไม่ลืมที่จะปกปิดฐานข้อมูล ตรวจสอบข้อเท็จจริง และตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณรู้ตัวว่าคุณกำลังทำอะไร

0
SHARES
784
VIEWS
Share on FacebookShare on Twitter

Recent

Article

TTALAB and the Dept. of Climate Change and Environment team up at COP30

January 27, 2026
Article

TTALAB teams up with NANOTEC to deliver recycled rubber flooring for Choduek Community Space

January 27, 2026
Article

TTALAB teamed up with the Thailand Youth Climate Council (TYCC), Thailand Pavilion, GAUC, E+C/Climate Live, Climate Live, and the Malaysian Pavilion to bring Common Threads Sustainable Fashion Show to COP30.

January 27, 2026
  • Home
  • Tech & Innovation
  • Breaking News
  • Privacy Policy
  • Finance
  • Lifestyle
  • Business & Politics
  • Cookies Privacy Policy
  • Wrapped
  • Guestpost
  • Contact Us

© 2020 BitesIze BKK. All rights reserved.

  • Home
  • Tech & Innovation
  • Breaking News
  • Finance
  • Lifestyle
  • Business & Politics
  • Wrapped
  • Guestpost